บทที่ 6 จุดเด่น
บทที่ 6
จุดเด่น
ความรู้สึกตอนนี้ของหรงเล่อ นางเหมือนตัวเองอยู่ในที่แสงมาก เป็นที่สนใจของทุกคนเพราะการเปลี่ยนแปลง หากเป็นโลกก่อน เปลี่ยนอย่างไรคนก็ไม่สนใจ แต่ที่นี่ไม่ใช่ เปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็ยังถูกจับตามอง
ทุกสายตามองมาด้วยความสงสัย แต่ละคนหันหน้าไปเอ่ยพูดคุยกันว่าที่นั่งอยู่คือนางหรือไม่ แล้วอะไรทำให้สตรีที่ไม่ชอบทำตัวโดดเด่น กลับเปลี่ยนตนเอง ออกมาสู่สังคมที่สมควรจะอยู่
บุรุษหลายคนไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีที่งดงามอ่อนหวานตรงนั้นคือคุณหนูหรงเล่อที่แสนจืดชืดที่พวกเขามักจะมองข้ามมาโดยตลอด เป็นสตรีที่เพียงได้ยินชื่อยังส่ายหน้าหนีหาย
แต่ก่อนนางซีดเซียว ใบหน้าไร้เครื่องประทินโฉม เรียวปากชมพูอ่อนแต่ว่าไร้สีสัน แต่งกายด้วยชุดสีขาวไร้ลวดลายที่ดูอย่างไรก็น่าเบื่อหน่าย
ตลอดเวลาเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาผู้คน มาตอนนี้นางกลับกล้าเงยหน้า แต่งตัวด้วยชุดมีสีสัน แต่งหน้าออกมาได้งดงามจนสตรีที่ว่างามก่อนหน้านี้ยังเทียบนางไม่ได้
อีกฟากของงาน อันลี่มองหรงเล่อด้วยสายตาชิงชัง นางอยากจะเป็นจุดสนใจแบบนี้ มีคนมอง มีคนเห็นหัวนาง ทุกคนใส่ใจ แต่มันเป็นเพียงภาพฝัน อันลี่เป็นอย่างหรงเล่อไม่ได้ นางเป็นเช่นนั้นไม่ได้เพียงเพราะว่านางเป็นบุตรสาวของอนุต่ำต้อย
ตลอดมานางเลยใช้หรงเล่อทำให้ตนเองโดดเด่นขึ้นมา เป็นสตรีที่มีแต่คนมองด้วยสายตาชื่นชม ต่างจากสหายสนิทอย่างหลงเล่อที่มองแล้วระคายสายตา
จากนี้ทุกคนคงไม่มีทางมองมาที่นางอีกหากหรงเล่อยังคงเป็นสตรีที่งดงามเช่นนี้
อันลี่มองหาตัวช่วย ซึ่งคนผู้นั้นคือม่อเหยียนที่นั่งไม่ไกลจากนางด้วยเป็นบุตรฮูหยินรองเช่นกัน อีกฝ่ายมองหรงงเล่อด้วยสายตาโง่งม
อันลี่มองทั้งสองสลับไปมาแล้วยิ้มเย็น
เจ้าเด่นได้หรงเล่อ แต่ข้าก็ทำให้เจ้าดับลงได้เช่นกัน อยากโดดเด่นมากนักใช่หรือไม่ ข้าจะกระชากเจ้าลงมาเอง ลงมาให้เจ้าอยู่ต่ำมากกว่าข้า
“ท่านพ่อ ไยกลับมาเร็วนัก”
“อีกหน่อยฝ่าบาทจะเสด็จแล้ว คงไม่ดีถ้าพ่อมาที่โต๊ะช้ากว่านี้ เหงาหรือไม่ เจ้าเพิ่งจะนั่งคนเดียวไม่มีเพื่อนคุยครั้งแรก”
“ไม่เจ้าค่ะ เช่นนี้ดีอีกแบบ”
หรงเล่อยิ้ม นางหวนคิดถึงตอนที่นางนั่งโต๊ะเดียวกับอันลี่หรือว่าสหายของนางคนอื่น ๆ ตอนนั้นกับตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก มันต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือนางเด่นขึ้น ส่วนเรื่องเหงานั้นนางก็ไม่คิดว่ามันต่าง
ช่วงที่นางนั่งกันอันลี่ อันลี่ก็ไม่เคยคุยกับนางมาก เอาแต่ชะเง้อหน้าทำตัวเด่นให้เข้าตาท่านอ๋อง หรือว่าคุณชายตระกูลสูง นางเพียงเป็นไม้ประดับโต๊ะของอันลี่ ทำให้อีกฝ่ายโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น พวกนั้นถึงได้ชอบให้นางไปนั่งด้วย
สีขาวจืดชืดอย่างนาง พอไปนั่งรวมกับสีอื่น มันทำให้สีอื่นโดดเด่นขึ้นมากจริง ๆ ขนาดดอกไม้สีสันแปลก ๆ อย่างอันลี่ หรงเล่อยังส่งเสริมจนเด่นขึ้นมาได้ แปลกจริง ๆ
ฝ่าบาทเสด็จ…
ฮองเฮาเสด็จ…
เสียงของขันทีหน้างานเรียกสติของหรงเล่อ นางลุกขึ้นก่อนจะย่อกายลง ใบหน้าก้มต่ำ เพื่อรอให้โอรสมังกรกับมารดาแผ่นดินนั่งเสียก่อน
“พวกเจ้าตามสบาย”
น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกคนจะนั่งลงตามเดิม หรงเล่อมองไปยังฝ่าบาท นางไม่เคยกล้ามองเขามาก่อน แม้แต่เงยหน้ามองโต๊ะอื่น ๆ รอบตัวยังไม่เคยได้ทำ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
ฝ่าบาทยังหล่อเหลาเพราะอายุยังน้อยเพียงสามสิบเท่านั้น ส่วนฮองเฮายังงดงามด้วยอายุเพียงยี่สิบสอง ทั้งสองดูเด็กมาก
จริง ๆ ฝ่าบาทขึ้นครองบัลลังก์ได้เพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นใจด้วยถูกวางยาพิษ องค์รัชทายาทถึงได้ขึ้นมายึดอำนาจ
ตอนนั้นบิดานางเล่าให้ฟังว่าเกิดการแย่งชิงอำนาจมากมาย ฝ่ายองค์ชายรองที่เป็นบุตรของกุ้ยเฟยก่อกบฎ แต่ดีที่องค์ชายสามหรือชินอ๋องในตอนนี้ช่วยฝ่าบาทยึดบัลลังก์กลับมาได้
“ชินอ๋องเสด็จแล้ว…”
บุรุษในชุดสีดำรูปร่างสูงสง่า อายุเพียงยี่สิบห้า ใบหน้าหล่อเหลาเดินเข้ามาภายในงาน หรงเล่อมองเขาอย่างสงสัย นางเจอเขาบ่อยมาก แต่นางไม่เคยมองเขาเลย เขาช่างงดงาม หากผู้เป็นพี่ชายอย่างฝ่าบาทหล่อเหลา น้องชายอย่างเขาก็ถือว่างดงาม
“หรงเล่อ เจ้ากินอะไรหรือยัง พ่อเห็นเจ้าไม่แตะต้องอาหารบนโต๊ะเลย”
หรงเล่อนางชินกับการนั่งนิ่ง ๆ ภายในงานเลี้ยงเพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นนาง วันนี้นางก็ทำเช่นเดิมนั่งนิ่ง ๆ เพียงแต่ว่านางกล้าที่จะมองการแสดง มองผู้คน มองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นางชินจนหลงลืมมองอาหารตรงหน้า
“ข้าไม่ค่อยหิวเจ้าค่ะ ก่อนออกมากินอะไรรองท้องมาแล้ว ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้าขนมออกจะมาก หากข้าหิวก็ให้นางกำนัลนำมาให้ได้ตลอด”
“พ่อกลัวว่าเจ้าจะกินน้อยนะสิ เดี๋ยวก็ล้มป่วยอีก”
หรงเล่อยิ้ม นางเข้าใจความรู้สึกของบิดา คงห่วงว่านางจะทำตัวไม่ถูกเพราะนี้คือครั้งแรกที่นางนั่งยังโต๊ะของตนเอง
“ท่านราชเลขา สตรีที่นั่งด้านข้างท่าน นางคือผู้ใด ข้าไม่คุ้นหน้านางเลย”
คำถามของโอรสสวรรค์ทำให้หรงเล่อชะงัก นางคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็อดตกใจไม่ได้
“ทูลฝ่าบาท นางคือบุตรสาวของกระหม่อม นามว่าหรงเล่อพะย่ะค่ะ”
“หรงเล่อหรือ อ่อ เจ้าเปลี่ยนไปมากจริง ๆ เปลี่ยนไปจนข้ายังจดจำไม่ได้”
เสียงของโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยความสนุก เขามองสตรีที่งดงามโดดเด่นตรงหน้า จากสตรีที่จืดชืดเปลี่ยนไปราวคนละคน บุตรสาวของราชเลขาที่เขาไว้ใจ คนที่ถือราชโองการเลือกคู่อยู่ในมือ นางเริ่มน่าสนใจ
“คุณหนูหรงเล่อเปลี่ยนไปมากจริง ๆ เพคะฝ่าบาท หม่อมฉันยังรู้สึกไม่คุ้น ว่าจะเอ่ยถามท่านราชเลขาพอดี ไม่นึกว่าเพียงหายจากการเจ็บป่วยจะเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้”
คำพูดของฮองเฮาทำให้หลายคนหันมาสนใจ นั่นสิ
ก่อนเจ็บปวดเป็นอีกแบบ พอหายป่วยกลับเปลี่ยนไปราวคนละคน
“ทูลฮองเฮา ที่หม่อมฉันเปลี่ยนแปลงเพราะเห็นว่าการแต่งตัวของหม่อมฉันออกจะทำร้ายสายตาคนมองให้รู้สึกไม่ดี ไหนจะชื่อเสียงบิดาที่ต้องแบกรับ แต่ก่อนหม่อมฉันไม่คิดใส่ใจผู้คน อยากอยู่สุขสงบ จนทำให้บิดาเสียหน้าหลายครั้ง พอวันที่เจ็บป่วยเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถึงได้รู้ว่าชีวิตนั้นสั้นจะตกตายวันไหนยังไม่อาจรู้ได้ จึงคิดเปลี่ยนแปลงตนเอง อย่างน้อยก็ไม่ทำให้บิดาขายหน้าอีกเพราะความขี้กลัวของตัวหม่อมฉันเอง”
“หืม เช่นนั้นหรือ เอาเถอะ เจ้าเปลี่ยนไปแต่ว่าข้าชอบ เจ้าดูน่ารักน่าเอ็นดูมีสีสันขึ้นมากจริง”
“ขอบพระทัยเพคะ”
ตอนนี้การแสดงชุดใหญ่ได้ออกมาแสดง ความสนใจของผู้คนจึงละออกไปจากหรงเล่อ
นางรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก การที่ได้รับความสนใจในวันนี้เกินคาดนางไปมากจริง ๆ แม้แต่ฮองเฮาก็ยังเอ่ยถึง พรุ่งนี้เรื่องของนางคงจะรู้กันทั่วเมืองหลวง
เมื่อนางกลับมาโด่งดัง คนที่จะดับแสงคงเป็นคนที่เคยเกาะนางอยู่อย่างอันลี่ แล้วเจ้าจะทำยังไงให้ตนเองกลับมาโดดเด่นสหายรัก
เจ้ากดหัวข้าไม่ได้ แล้วจะใช้วิธีไหนกัน ข้าอยากรู้ว่ามันจะเป็นวิธีใหม่ ๆ หรือว่าอะไรเดิม ๆ
